เข้าใจหลักสูตรพยาบาลแบบ Graduate Entry
หลักสูตรนี้จะรับนักเรียนที่มีปริญญาตรีมาก่อน ทำให้ไม่ต้องเรียนปี 1 เหมือนหลักสูตรปกติค่ะ เราเลยเริ่มเรียนเป็นนักเรียนปี 2 ไปเลยแบบงง ๆ 😂 โดยจะมีฝึกงานทั้งหมด 4 ครั้ง:- ปี 2: 2 ครั้ง ๆ ละ 1 เดือน
- ปี 3: 2 ครั้ง ๆ ละ 2 เดือน
การฝึกงานในบ้านพักคนชรา (Aged Care)
ฝึกงานแรกของเราจะอยู่ใน aged care ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องผ่านค่ะ นักเรียนปี 1 จะเน้นเรียนรู้การดูแล ADLs เช่น การอาบน้ำ ป้อนข้าว แต่งตัว ฯลฯ แต่ถ้าเป็นปี 2 อย่างเรา ก็จะได้ทำเรื่องแผล ให้ยา และประเมินผู้ป่วยมากขึ้นฝึกงาน 3 แบบที่ต้องเจอ
1️⃣ เขตเมือง (Metro area)
ถ้าไม่ได้เลือกอะไรเลย มหาลัยจะจัดสรรให้โดยดูจากที่อยู่เป็นหลัก เช่น เราอยู่ในเมือง ก็อาจได้ไปฝึกงานชานเมือง ส่วนเพื่อนที่อยู่นอกเมืองอาจได้ฝึกในเมือง ทำให้เดินทางพอ ๆ กัน แบบถัวเฉลี่ย สะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องเปลี่ยนที่อยู่2️⃣ เขตชนบท (Rural area)
คือการออกไปฝึกงานในเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างจากเมืองหลักไปประมาณ 1-4 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะมีนักเรียนแย่งกันไปในปี 2 เพราะฝึกแค่ 1 เดือน การได้ rural จะเป็นประสบการณ์ที่ดี และเป็นคะแนนบวกในอนาคตค่ะ3️⃣ พื้นที่ห่างไกล (Remote area)
เช่นรัฐ NT (Northern Territory) ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ชนเผ่าอะบอริจิน และจระเข้ 😅 การฝึกงานที่นี่ต้องสมัครแยกเองและเขียนเหตุผลไป ขอเลือกแผนกได้เองด้วย ค่าใช้จ่ายสูง ต้องบินไปเอง ทำเอกสารใหม่เพิ่มหลายอย่าง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและหาไม่ได้จากที่อื่นค่ะ ปีนี้เราสมัครคนเดียวในรุ่นเลยนะ!เป้าหมายส่วนตัว
เราตั้งใจจะเก็บให้ครบทั้ง 3 แบบ เพื่อเก็บประสบการณ์ที่หลากหลาย ปีหน้าหวังว่าจะได้ฝึกทั้ง metro และ rural hospital ครบแบบจุก ๆ ไปเลย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คนอ่าน ที่กำลังวางแผนเรียนพยาบาลในออสเตรเลีย ได้เห็นภาพของการฝึกงานแต่ละแบบนะคะ #อะตอมเด็กเนิร์ส #atomdeknurse #ประสบการณ์ตรง #nursingaustralia #เรียนต่อออสเตรเลียคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกงานนักเรียนพยาบาล
ฝึกงานแต่ละแบบต่างกันยังไง?
Metro จะอยู่ในเมือง, Rural จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากเมืองใหญ่, Remote คือพื้นที่ห่างไกล เช่น NTต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
ถ้าเป็น rural หรือ remote ต้องมีค่าที่พักและค่าเดินทางเพิ่มเติม โดยเฉพาะ remote ที่ต้องบินไปฝึกงานใน NT ต้องเตรียมตัวยังไง?
ต้องสมัครแยก ส่งเหตุผลไปทาง email, ทำเอกสารเพิ่ม เช่น ใบอนุญาตของรัฐ, ตรวจประวัติ, วัคซีนมหาลัยช่วยจัดหาที่พักให้ไหม?
บางกรณีมี support เช่นส่วนลด หรือแนะนำที่พัก แต่ส่วนมากเราต้องจ่ายเองค่ะการฝึก aged care ได้อะไรบ้าง?
ได้เข้าใจการดูแลพื้นฐานของผู้สูงอายุ, การทำแผลเบื้องต้น, วัดสัญญาณชีพ และเตรียมพร้อมก่อนลง acute wardMetro, rural, remote placement ให้ skill คนละแบบ
การฝึกงาน 3 setting ไม่ควรอ่านเป็นการเทียบว่าแบบไหนดีกว่า แต่ควรอ่านว่าแต่ละ setting สอนอะไรกับเรา Metro อาจสอน pace และ specialty, rural สอน versatility, remote สอน resourcefulness และ cultural awareness
- Metro: เห็น specialty, protocol, team size และ patient flow ที่ซับซ้อน
- Rural: เห็น role ที่กว้างขึ้น การประสานงาน และความสัมพันธ์ใน community
- Remote: เห็นข้อจำกัดด้าน resource, distance และ access to care ชัดขึ้น
- ทุก setting ต้องใช้ safety, communication, documentation และ willingness to ask for help
Printable: Placement comparison worksheet
- Setting: metro / rural / remote
- Patient group ที่เจอบ่อย
- Skill ที่ได้ฝึกจริง
- Communication challenge ที่เจอ
- สิ่งที่ทำให้ stress และวิธีรับมือ
- สิ่งที่อยากเอาไปใช้ในงาน RN/EN/Carer ต่อ
เลือก placement ให้ช่วย career ยังไง
- ถ้าอยากเข้า acute: เก็บ assessment, prioritisation และ handover example
- ถ้าอยากไป aged care/community: เก็บ chronic care, family communication และ discharge planning
- ถ้าอยากไป regional: เก็บ adaptability, independence และ local health system insight
- ทุก placement ควรจบด้วย reflection ที่เอาไปเล่าใน interview ได้
ก่อนเอาไปสมัครเรียน ยื่นวีซ่า หรือใช้ตัดสินใจจริง
อ่านเนื้อหาหลักให้เข้าใจก่อน แล้วใช้ส่วนนี้เช็กบริบท แหล่งทางการ และขั้นต่อไปที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของตัวเอง
ใช้บทความนี้อย่างไร
คนที่กำลังวางแผนเรียนพยาบาล ฝึกงาน ใกล้จบ หรืออยากทำงาน RN ในออสเตรเลีย
- AHPRA/NMBA และ course requirement ล่าสุด
- ภาษาอังกฤษที่ต้องใช้กับเป้าหมายจริง
- timeline สมัครเรียน placement registration และสมัครงาน
อยากอ่านต่อแบบไม่หลงทาง?
ไปที่คู่มือหลักของหัวข้อนี้ก่อน จะเห็นภาพรวม แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความประสบการณ์จริงทีละขั้น
